您现在的位置是:披心相付网 > 焦点
ตลท.เล็งปลดล็อกหุ้นน้ำเมา หวังกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา
披心相付网2026-01-09 02:45:53【焦点】0人已围观
简介เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่
ตลทเล็งปลดล็อกหุ้นน้ำเมาหวังกระตุ้นตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นข้อห้าที่มีมายาวนานในประเทศ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก
โดยนายกิตติพงศ์ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศ” พร้อมระบุว่า การอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะเข้าจดทะเบียน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่ เมื่อปี 2548 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของประธานตลาดหลักทรัพย์ของไทยในขณะนั้น เนื่องจากสูญเสียโอกาสในการมี IPO ที่จะเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ ฝ่ายที่คัดค้านการนำไทยเบฟเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ให้เหตุผลว่า จะเป็นการละเมิดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ ที่มีประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธ
อย่างไรก็ตาม นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการกลับมาประท้วงอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยได้เริ่มอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 ภายใต้โครงการนำร่อง ที่อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเกินกลางปี 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎที่มีมาตั้งแต่ปี 2515
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาบริษัทในประเทศจำนวนมาก เลือกที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น เพื่อแสวงหามูลค่าประเมินที่สูงกว่า และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ ที่กำลังพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกง แทนแผนเดิมที่จะจดในประเทศไทย ขณะที่ IFBH Ltd. ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวของไทย ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยสถานะของดัชนีหุ้นไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย ในปี 2025 ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่วางแผนไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งบั่นทอนความสนใจของนักลงทุน โดยคาดว่า ตลาด IPO ที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากปิดฉากปีที่เลวร้ายที่สุดด้านการระดมทุนจากหุ้นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2553
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจต่อการขาดแคลนบริษัทที่ดี และน่าสนใจของตลาดหุ้นของไทย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทย อาจจะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนหุ้นแบบโครงสร้างหุ้น 2 ระดับ ( Dual-class share structures ) เพื่อดึงดูดบริษัทครอบครัวให้เข้าตลาด โดยโครงสร้างดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจลงคะแนนเสียงมากกว่า ลดความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหลังเข้าจดทะเบียน
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก รายงานอ้างการเปิดเผยของนายกิตติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะเปิดทางให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาจดทะเบียนได้ ซึ่งเป็นข้อห้าที่มีมายาวนานในประเทศ ที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ เพื่อเร่งฟื้นฟูยอดขายหุ้นในตลาดทุนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตอย่างหนัก
โดยนายกิตติพงศ์ ให้สัมภาษณ์บลูมเบิร์กว่า “เราจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสูญเสียบริษัทเหล่านี้ไปให้กับตลาดหุ้นต่างประเทศ” พร้อมระบุว่า การอนุญาตให้ผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าจดทะเบียนจะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับตลาดทุนภายในประเทศ
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ถือกลุ่มที่มีโอกาสสูงที่จะเข้าจดทะเบียน
รายงานระบุว่า ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่หลายราย แต่กลับไม่มีบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จดทะเบียนในตลาดหุ้นเลย นับตั้งแต่ เมื่อปี 2548 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี เคยพยายามเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก หรือ IPO แต่หลังจากการประท้วงของนักเคลื่อนไหวและบรรดาพระสงฆ์ ทำให้บริษัทผู้ผลิตสุรารายใหญ่ที่สุดของประเทศ ต้องไปจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นสิงคโปร์แทน
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การลาออกของประธานตลาดหลักทรัพย์ของไทยในขณะนั้น เนื่องจากสูญเสียโอกาสในการมี IPO ที่จะเป็นรายการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ
ทั้งนี้ ฝ่ายที่คัดค้านการนำไทยเบฟเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ให้เหตุผลว่า จะเป็นการละเมิดต่อหลักคำสอนของศาสนาพุทธ และศาสนาอื่นๆ ในประเทศ ที่มีประชากรกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาพุทธ
อย่างไรก็ตาม นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า สภาพแวดล้อมทางสังคมน่าจะเปลี่ยนไปแล้ว พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงของการกลับมาประท้วงอีกครั้ง
โดยเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการไทยได้เริ่มอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 ภายใต้โครงการนำร่อง ที่อาจจะขยายระยะเวลาออกไปเกินกลางปี 2569 ซึ่งเป็นการยกเลิกกฎที่มีมาตั้งแต่ปี 2515
บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า ตลาดหลักทรัพย์ของไทยกำลังเผชิญกับปัญหาบริษัทในประเทศจำนวนมาก เลือกที่จะไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นภูมิภาคอื่น เพื่อแสวงหามูลค่าประเมินที่สูงกว่า และความต้องการลงทุนที่แข็งแกร่งกว่า ตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี บิทคับ ที่กำลังพิจารณานำหุ้นเข้าจดทะเบียนที่ฮ่องกง แทนแผนเดิมที่จะจดในประเทศไทย ขณะที่ IFBH Ltd. ผู้ผลิตน้ำมะพร้าวของไทย ก็เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยสถานะของดัชนีหุ้นไทย ซึ่งเป็นตลาดที่ทำผลงานแย่ที่สุดในเอเชีย ในปี 2025 ประกอบกับความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งที่วางแผนไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งบั่นทอนความสนใจของนักลงทุน โดยคาดว่า ตลาด IPO ที่ซบเซาจะยังไม่ฟื้นตัวในปี 2026 หลังจากปิดฉากปีที่เลวร้ายที่สุดด้านการระดมทุนจากหุ้นใหม่ นับตั้งแต่ปี 2553
นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติแสดงความไม่พอใจต่อการขาดแคลนบริษัทที่ดี และน่าสนใจของตลาดหุ้นของไทย
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ของไทย อาจจะอนุญาตให้มีการจดทะเบียนหุ้นแบบโครงสร้างหุ้น 2 ระดับ ( Dual-class share structures ) เพื่อดึงดูดบริษัทครอบครัวให้เข้าตลาด โดยโครงสร้างดังกล่าวจะเปิดทางให้ผู้ก่อตั้งมีอำนาจลงคะแนนเสียงมากกว่า ลดความกังวลเรื่องการสูญเสียอำนาจควบคุมหลังเข้าจดทะเบียน
很赞哦!(21)
下一篇: 隔离开关特点是什么 隔离开关功能
热门文章
站长推荐
友情链接
- Đề nghị truy tố cựu cán bộ Văn phòng Chính phủ
- 50万奖金殷利殊杯14匹决赛参赛马名单出炉:“青蜂侠”“星象”领衔
- 沙威玛传奇游戏结局是什么 沙威玛传奇游戏结局介绍
- 蛋仔派对兑换码2024永久有效 蛋仔派对兑换码大全分享
- สมัคร สส.เขตทั่วประเทศวันแรก รวม 3,092 คน กทม.มากสุด 449 คน
- Hai thiếu niên tử vong dưới bánh xe tải ở TP.HCM
- เรื่องชุบชูใจของคู่รักชาวเวลส์ที่ต้อนรับคนไร้บ้าน ก่อนกลายมาเป็นสมาชิกที่อยู่ด้วยกันจนชั่วชีวิต
- 50万奖金殷利殊杯14匹决赛参赛马名单出炉:“青蜂侠”“星象”领衔
- CCTV新闻—东方时空
- 如何应对超强台风?这份指南请查收→
- 老年人讲究吃饭顺序尤其重要
- 《遗产:钢铁与巫术》改名1月正式推出 PvPvE撤退
- 景陵12月22日开放 明十三陵主体陵寝2030年前全部开放
- 《FGO》9周年前哨直播速报:新从者兽艾蕾降临!周年活动大公开!
- 代号妖鬼龟龟流阵容推荐攻略
- 人教版七年级上册六单元作文:“外星人说”之我见
- 传奇三职业PK对战策略与成长路径
- 定制户外喷粉金属分类垃圾箱城市美学的静默革命者
- 自在江湖田忌赛马活动攻略
- 粤能垃圾分类箱,快速解决居民手机危机






